FULL SCHEDULE

ความรับผิดชอบต่อสังคม

บริษัทมีความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจโดยมิได้มุ่งหวังเพียงผลกำไรเท่านั้น แต่ยังตระหนักถึงความรับผิดชอบต่อเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม ซึ่งตลอดระยะเวลาการดำเนินธุรกิจของบริษัท ได้แสดงให้เห็นถึงเจตนารมณ์ดังกล่าวอย่างต่อเนื่องเพื่อให้สอดคล้องกับหลักเกณฑ์และนโยบายของบริษัทเกี่ยวกับความรับผิดชอบต่อสังคม ผ่านรูปแบบรายการต่างๆ ของบริษัทโดยมุ่งเน้นนำเสนอเนื้อหาที่มีประโยชน์ต่อสังคม อีกทั้งยังมีนโยบายที่ชัดเจนในการสร้างคุณค่าให้แก่พนักงานรวมถึงยังให้ความสำคัญในการอบรมและพัฒนาบุคลากรทั้งการจัดอบรมภายในองค์กรและการอบรมภายนอก โดยสนับสนุนให้พนักงานมีความก้าวหน้าอย่างมั่นคงในสายงาน เคารพสิทธิขั้นพื้นฐานในการทำงาน รวมถึงการดำเนินธุรกิจอย่างเป็นธรรมกับคู่ค้า และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอีกด้วย ซึ่งที่ผ่านมามีการดำเนินการดังนี้

การประกอบกิจการด้วยความเป็นธรรม

บริษัทมีนโยบายหลักในการประกอบธุรกิจด้วยความเป็นธรรมและโปร่งใส โดยในการผลิตรายการ หรือการจัดกิจกรรมต่างๆ นั้น บริษัทจะมีนโยบายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินธุรกิจอย่างเป็นธรรม เน้นให้ความสำคัญในเรื่องของการไม่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา รวมถึงการทำสัญญาทางธุรกิจอย่างเป็นธรรมและโปร่งใส และรูปแบบของรายการหรือกิจกรรมที่นำเสนอจะต้องไม่เป็นการละเมิดสิทธิกับบุคคลอื่น ตลอดจนมีการจัดการระบบคอมพิวเตอร์ที่ใช้งานภายในบริษัทด้วยซอฟแวร์ที่มีลิขสิทธิ์ถูกต้อง ทั้งนี้ คณะกรรมการบริษัท ได้จัดให้มีนโยบายการปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้เสีย และเผยแพร่ไว้ใน www.workpoint.co.th/investor

การต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น

บริษัทมีหน่วยงานควบคุมภายในอย่างชัดเจน และมุ่งเน้นเกี่ยวกับการตรวจสอบ โดยมีแผนการตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันและลดโอกาสในการทุจริต โดยที่ผ่านมาบริษัทได้รับรางวัลที่เกี่ยวข้องกับการต่อต้านทุจริตคอร์รัปชั่นมากมาย อาทิเช่น ในปี 2556 บริษัทได้รับรางวัล “รัษฎากรพิพัฒน์” ประจำปี 2555 ประเภทองค์กรซึ่งเป็นรางวัลที่มีวัตถุประสงค์เพื่อมอบให้แก่บุคคลหรือองค์กรที่มีการเสียภาษีในระดับที่ดีและมีคุณภาพ จัดโดยกรมสรรพากร กระทรวงการคลัง อีกทั้งผู้บริหารระดับสูงของบริษัท คือ นายปัญญา นิรันดร์กุล ได้รับรางวัล “รัษฎากรพิพัฒน์” ประจำปี 2555 ประเภทบุคคล ซึ่งชี้ให้เห็นถึงการให้ความสำคัญของการเสียภาษี ที่มีผลอย่างยิ่งต่อความเจริญมั่นคงของเศรษฐกิจและสังคมในประเทศ และที่ผ่านมา บริษัทได้รับรางวัล “ช่อสะอาด” ประเภทเกียรติบัตรในฐานะผู้มีส่วนร่วมในการส่งผลงานสร้างสรรค์สื่อดีเด่นด้านสนับสนุนและส่งเสริมการป้องกันและปราบปรามทุจริต ซึ่งจัดโดยคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ

ทั้งนี้ คณะกรรมการบริษัท ได้ตระหนักถึงการดำเนินธุรกิจตามนโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดี และการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น ที่จะส่งผลกระทบต่อสังคมและประเทศ เพื่อให้เกิดความโปร่งใสในการดำเนินธุรกิจ บริษัทกำหนดให้ กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานทุกระดับของบริษัท ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตคอร์รัปชั่นในทุกรูปแบบ และจัดให้มีระเบียบปฏิบัติ และขั้นตอนการดำเนินงานอย่างโปร่งใสและสามารถตรวจสอบได้ เช่น การกำหนดอำนาจอนุมัติในการจัดซื้อ จัดจ้าง การรักษาข้อมูล การใช้ข้อมูลภายใน โดยบริษัทจัดให้มีช่องทางการรายงานหรือร้องเรียน ในเรื่องการฝ่าฝืน การกระทำผิดกฏหมาย การทุจริต ที่อาจส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อบริษัทต่อคณะกรรมการ ทางโทรศัพท์ เบอร์ 02-833-2000 และทางไปรษณีย์ โดยบริษัทมีกระบวนการตรวจสอบและบทลงโทษที่กำหนด และเผยแพร่ไว้ในคู่มือพนักงานของบริษัท

นอกจากนี้ บริษัทจัดให้มีฝ่ายตรวจสอบภายใน ดูแลรับผิดชอบตรวจสอบการควบคุมภายใน และป้องกันการมีส่วนเกี่ยวข้องกับการคอร์รัปชั่น

การเคารพสิทธิมนุษยชนและปฏิบัติต่อแรงงานอย่างเป็นธรรม

บริษัทให้ความสำคัญอย่างมากในการดูแลและการสร้างคุณค่าเพิ่มให้แก่พนักงาน ทั้งในด้านร่างกาย ด้านความรู้ และด้านจิตใจ อาทิเช่น

  • มีห้องออกกำลังกาย และห้องนวด เพื่อให้พนักงานได้ผ่อนคลายหลังจากเลิกงาน และสร้างเสริมสุขภาพที่ดี
  • มีสนามกีฬา Football เพื่อสร้างเสริมความสามัคคีไปพร้อมๆ กับสุขภาพที่ดี
  • มีห้องพยาบาล เพื่อรองรับการเจ็บป่วยเบื้องต้นของพนักงาน
  • บริษัทร่วมมือกับสถาบัน TCDC (Thailand Creative & Design Center) จัดอบรมความรู้ด้าน Creative เพื่อให้พนักงานมีความรู้ติดตัว และสามารถนำไปต่อยอดในการสร้างสรรค์ผลงานที่ดีได้ในอนาคต
  • เพิ่มวงเงินค่ารักษาพยาบาลให้กับพนักงาน ในกรณีผู้ป่วยนอก เป็นเงิน 20,000 บาทต่อปี ที่นอกเหนือจากประกันภัยกลุ่ม
  • ส่งเสริมการอบรมเพื่อพัฒนาคุณภาพ และเพื่อเพิ่มศักยภาพในการทำงาน
  • จัดสอนภาษาอังกฤษให้กับพนักงาน เพื่อรองรับ AEC
  • จัดให้มีโครงการสุขภาพดี หุ่นสวย ด้วยการเต้นเอโรบิค จำนวน 2 วันต่อสัปดาห์
  • จัดอบรม การซ้อมอพยพหนีไฟ และความรู้เบื้องต้นในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยเป็นประจำทุกปี
  • จัดอบรมเพื่อให้ความรู้ ในเรื่องสุขภาพ
  • มอบทุนการศึกษาให้แก่ บุตร-ธิดา ของพนักงานที่มีผลการเรียนดี
  • การตรวจสุขภาพประจำปีสำหรับพนักงานของกลุ่มบริษัท
  • การทำประกัน COVID สำหรับพนักงานของกลุ่มบริษัท
  • จัดอบรมเพื่อให้ความรู้ เรื่อง กฎหมายแรงงานที่ควรรู้ โดย ตัวแทนจากกระทรวงแรงงาน เป็นผู้บรรยาย
  • จัดอบรมเพื่อให้ความรู้วิธีการปฐมพยาบาลเบื้องต้น การช่วยฟื้นคืนชีพเบื้องต้น การทำ CPR และความปลอดภัยใน การทำงานบนที่สูง (Safety for Working at Height) โดย ตัวแทนจากสมาคมความปลอดภัยและอนามัยในการทำงาน เป็นผู้บรรยาย
  • จัดกิจกรรมร่วมบริจาคโลหิตต่อชีวิตเพื่อมนุษย์ จากสภากาชาดไทย
  • การทำบุญครบรอบของบริษัท

มูลนิธิเวิร์คพอยท์

บริษัทได้เพิ่มบทบาทและความรับผิดชอบต่อประชาชน สังคมและประเทศ เป็นสำคัญ จึงจัดตั้ง “มูลนิธิเวิร์คพอยท์” ( WORKPOINT FOUNDATION ) โดยบริษัท เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ จำกัด(มหาชน) ก่อตั้งเมื่อวันที่ 5 เมษายน 2559 โดยมีคุณคณิต วัฒนประดิษฐ์ ดำรงตำแหน่งประธานกรรมการมูลนิธิเวิร์คพอยท์ และคุณวิชนี ศรีสวัสดิ์ เป็นรองประธานกรรมการมูลนิธิ โดยมีเจตนารมณ์ เพื่อดำเนินงานในด้านต่างๆ ให้เกิดประโยชน์โดยรวม ต่อเยาวชน สังคม ศาสนา วัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อม

วัตถุประสงค์

  1. ส่งเสริมและสนับสนุนการศึกษา และกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม
  2. ช่วยเหลือผู้เดือดร้อนขาดแคลน และบรรเทาสาธารณภัยต่าง ๆ
  3. ให้ความร่วมมือกับองค์กรการกุศลอื่นเพื่อสาธารณประโยชน์

โดยที่ผ่านมา มูลนิธิเวิร์คพอยท์ ดำเนินงานตามวัตถุประสงค์ เป็นสื่อกลางในการให้ความช่วยเหลือ สนับสนุน มอบโอกาส และร่วมพัฒนาชุมชนหรือสังคมมาโดยตลอด

ทั้งนี้ ในปี 2563 มูลนิธิเวิร์คพอยท์ บริษัท และศิลปินดาราในสังกัด ดำเนินงานเพื่อประโยชน์ส่วนรวมต่าง ๆ มากมาย ซึ่งสามารถสรุปกิจกรรมต่าง ๆ ได้ดังนี้

การร่วมพัฒนาชุมชนหรือสังคม

  1. มูลนิธิเวิร์คพอยท์ร่วมกับทีมข่าวช่องเวิร์คพอยท์ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากสถานการณ์อุทกภัยน้ำป่าพัดถล่มหลายหมู่บ้านในจังหวัดปราจีนบุรี ส่งผลให้ชาวบ้านในพื้นที่ต่าง ๆ ได้รับผลกระทบ โดยได้จัดสิ่งของใช้จำเป็น เช่น เครื่องนุ่งห่ม มุ้ง และยารักษาโรคมอบให้แก่ชาวบ้านผู้ประสบภัย ณ บ้านวังใหม่ ต.บุพราหมณ์ อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี จำนวน 5 หลังคาเรือน  
  2. มูลนิธิเวิร์คพอยท์ นำหมอนตุ๊กตาหน้ากากต่าง ๆ มอบเป็นของขวัญที่ระลึกเด็กพิเศษและคนพิการ ในกิจกรรมโครงการเปิดโลกทัศน์ “นั่งรถไฟในเชื่อนป่าสักชลสิทธิ์ สร้างชีวิต หลังโควิดให้สดใสปีที่ 3” จัดโดยมูลนิธิ 5 For All โดยมีผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย และประธานมูลนิธิ 5 For All และเด็กพิเศษ ร่วมรับมอบ ณ สถานีรถไฟหัวลำโพง
  3. บริษัท เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ จำกัด (มหาชน) จัดกิจกรรมร่วมปันสุข ในโอกาสครบรอบ 31 ปี เมื่อวันศุกร์ที่ 11 กันยายน 2563 ณ เวิร์คพอยท์สตูดิโอ โดยในกิจกรรมดังกล่าว ทางมูลนิธิเวิร์คพอยท์ได้จัดโรงทานร่วมปันสุขพร้อมด้วย เหล่าศิลปิน ดาราและนักร้องในสังกัดร่วมมอบอาหารและน้ำดื่มให้กับชาวบ้านชุมชนซอยวัดเปรมประชากรและชุมชนใกล้เคียง
    อีกทั้งยังมีกิจกรรมปันสุข ที่เหล่าพนักงานพร้อมใจกันร่วมบริจาคโลหิตให้แก่สภากาชาดไทย รวมถึงกิจกรรมมอบทุนการศึกษาให้กับเด็กนักเรียนในโรงเรียนวัดเปรมประชากร ที่เรียนดีแต่ขาดซึ่งโอกาส
  4. บริษัท เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ จำกัด(มหาชน) คำนึงถึงสวัสดิการด้วยความห่วงใยสุขภาพและอนามัยของพนักงาน นอกเหนือจากจะสนับสนุนให้พนักงานเล่นกีฬา ออกกำลังกายแล้ว จึงจัดให้มีการฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ 4 สายพันธุ์ให้กับพนักงานทุกท่าน เมื่อวันที่ 2  กรกฎาคม  2563
  5. มูลนิธิเวิร์คพอยท์ ร่วมกับ กรมข่าวทหารบก, ศิษย์เก่าหลักสูตรการป้องกันราชอาณาจักร รุ่นที่ 60 (วปอ.60), ศิษย์เก่านายร้อยพระจุลจอมเกล้า รุ่น 33 นักเรียนเตรียมทหารรุ่น 22, มูลนิธิศิษย์เก่านายร้อยตามรอยพระบาทฯ, นักศึกษาหลักสูตรศิลปศาสตร มหาบัณฑิต (ศศม.ความมั่นคง) 34-35, นักศึกษา ปบก.รุ่นที่ 5 และหน่วยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 47 เดินทางไปมอบทุนการศึกษาและอุปกรณ์กีฬาให้กับนักเรียน จำนวน 11 โรงเรียนในจังหวัดชายแดนภาคใต้
  6. มูลนิธิเวิร์คพอยท์ ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือผู้ที่เคยมาร่วมรายการ “ไมค์หมดหนี้ นักร้องนำโชค, ไมค์ทองคำเด็ก, กล่องของขวัญและปัญญาปันสุข” ซึ่งต่างประสบปัญหากับความยากลำบากในการดำรงชีวิต โดยทางมูลนิธิเวิร์คพอยท์ได้ร่วมช่วยเหลือและเป็นสื่อกลางประสานงานกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนต่าง ๆ ในการมอบเงิน ข้าวสารอาหารแห้ง สิ่งของจำเป็น อุปกรณ์การประกอบวิชาชีพ รวมถึงการซ่อมแซมสิ่งปลูกสร้างต่าง ๆ ที่จำเป็น เพื่อเป็นกำลังใจในการดำเนินชีวิตต่อไป
  7. บริษัท เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ จำกัด (มหาชน) โดยผู้ประกาศข่าว และพนักงาน ร่วมสนับสนุนจัดกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาคลองเปรมประชากร ในการทำความสะอาด เก็บขยะบริเวณริมถนน 2 ข้างทางถนนเลียบคลองเปรม เพื่อฟื้นฟู ดูแลรักษา คืนความสะอาดและคุณภาพของลำน้ำแก่ชุมชน
  8. มูลนิธิเวิร์คพอยท์ ทีมผู้ประกาศข่าวและศิลปินไมค์ทองคำ ค่ายยุ้งข้าวเรคคอร์ด ร่วมทำกิจกรรมส่งความสุขให้กับเด็ก ๆ  โดยมอบของเล่น เครื่องเขียน อุปกรณ์กีฬา เสื้อกันหนาวและผ้าห่ม ให้กับน้อง ๆ และชาวบ้านในพื้นที่ห่างไกลใน 4 พื้นที่ ได้แก่ โรงเรียนบ้านปากปัด, โรงเรียนบ้านปากมั่งห้วยทับช้าง และโรงเรียนบ้านห้วยพิชัย อ.ปากชม จ.เลย และโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านห้วยหมากหล่ำ อ.โนนสะอาด จ.อุดรธานี ซึ่งได้รับความร่วมมือและการอำนวยความสะดวกจากกองพันปฏิบัติการจิตวิทยา หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปากชมในการดำเนินกิจกรรมดังกล่าว
  9. มูลนิธิเวิร์คพอยท์มอบเครื่องเขียน อุปกรณ์กีฬา จักรยาน ของเล่น และขนม สนับสนุนการจัดกิจกรรมงานวันเด็กให้แก่โรงเรียนและหน่วยงานต่าง ๆ ซึ่งอยู่ในพื้นที่ชุมชนใกล้เคียงกับบริษัท รวมทั้งหน่วยงานต่าง ๆ ที่จะมีการจัดกิจกรรมงานวันเด็ก โดยมี คุณศุภเดช อัศวดำรงเดช กรรมการมูลนิธิเวิร์คพอยท์ และประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานอำนวยการ บริษัท เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ จำกัด (มหาชน) เป็นผู้มอบ

นอกจากนี้ในปี 2563 จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า COVID-19 ทางบริษัท เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์ เทนเมนท์ จำกัด (มหาชน) โดยมูลนิธิเวิร์คพอยท์ สำนักข่าวเวิร์คพอยท์ กลุ่มศิลปินในสังกัดได้มีการร่วมจัดทำโครงการต่าง ๆ เพื่อช่วยเหลือและเป็นสื่อกลางให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบผ่านวิกฤตการณ์นี้ไปด้วยกัน อาทิเช่น

  • มูลนิธิเวิร์คพอยท์ร่วมบริจาคแอลกอฮอล์เจลพร้อมกล่องอะคริลิคป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรคให้กับโครงการ “Fight Covid” โดยมูลนิธิธรรมาภิบาลทางการแพทย์ร่วมกับสภากาชาดไทย เพื่อส่งต่อไปช่วยเหลือโรงพยาบาลต่าง ๆ ทั่วภาคอีสาน
  • มูลนิธิเวิร์คพอยท์ร่วมเป็นสื่อกลางรับมอบหน้ากากผ้าคุณภาพสูง, หน้ากาก N95, เฟสชิลด์ และชุด PPE ส่งต่อไปให้กับบุคลากรทางการแพทย์ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้
  • มูลนิธิเวิร์คพอยท์ มอบเงินและสิ่งของที่จำเป็นเพื่อช่วยเหลือดูแลผู้สูงอายุติดเตียง ณ ศูนย์ดวงแก้ว เนอร์สซิ่ง
  • มูลนิธิเวิร์คพอยท์ ร่วมห่วงใยสุขอนามัยของเด็ก ๆ จึงมอบเจลล้างมือแอลกอฮอล์ ทิชชูแอลกอฮอล์ เครื่องพ่นแอลกอฮอล์  เฟสชิลด์และปรอทวัดไข้ ให้กับโรงเรียนในเขตพื้นที่ใกล้เคียง 
  • มูลนิธิเวิร์คพอยท์ สำนักข่าวเวิร์คพอยท์ และกลุ่มศิลปินในสังกัด ได้ร่วมกันจัดทำโครงการ “ข้าวเช้าเวิร์คพอยท์” โดยนำข้าวมื้อเช้า อาทิเช่น ข้าวเหนียวหมูทอด ไก่ทอดและปลาทอด นำไปมอบให้ชาวบ้านหลายชุมชนในเขตจังหวัดกรุงเทพฯ ปทุมธานี นนทบุรี และสมุทรปราการ
  • โครงการนำร่อง “ตู้กับข้าวคนไทยแบ่งปันรอยยิ้มสู้ไปด้วยกัน” โดยความร่วมมือของมูลนิธิเวิร์คพอยท์ กรมส่งเสริมวัฒนธรรม และธนาคารกสิกรไทย ส่งมอบตู้กับข้าวให้กับชุมชนวัดเขาหนีบ ต.ท่าศาลา จ.ลพบุรี เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านที่ประสบปัญหาในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโคโรน่า COVID-19

  • สำนักข่าวเวิร์คพอยท์ได้มีโอกาสร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนกลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ที่ประสบปัญหาทางธุรกิจจากสถานการณ์ COVID-19 ด้วยการเปิดช่องทางให้ผู้ประกอบการต่าง ๆ ได้มีโอกาสในการขายและประชาสัมพันธ์สินค้าในช่วงหลัง “ข่าวเที่ยงเวิร์คพอยท์” ผ่านรายการ “เวิร์คพอยท์ช่วยชาวบ้าน” โดยออกอากาศคู่ขนานพร้อมกันทั้งทางช่องโทรทัศน์และสื่อออนไลน์ของบริษัท อีกทั้งยังได้ร่วมเป็นสื่อกลางในการประชาสัมพันธ์ ภายใต้ชื่อโครงการ “ข่าวเวิร์คพอยท์ 23 ช่วยโรงพยาบาลสู้ COVID-19” โดยเปิดโอกาสให้โรงพยาบาลที่ประสบปัญหาหรือขาดแคลนเวชภัณฑ์ต่าง ๆ ได้มีช่องทางเพื่อประชาสัมพันธ์ผ่านทาง Workpoint Entertainment Facebook Fanpage เพื่อขอความช่วยเหลือ หรือขอรับบริจาคเวชภัณฑ์และสิ่งของที่จำเป็นต่าง ๆ อีกด้วย

นอกเหนือจากการดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคมข้างต้นแล้ว บริษัทยังคงผลิตรายการที่มีเนื้อหาเพื่อสังคมอย่างสม่ำเสมออีกทั้งยังสนับสนุนให้นักแสดงในสังกัดให้มีส่วนร่วมต่อสังคม โดยหวังว่าจะเป็นสื่อกลางในการช่วยเหลือประชาชน ทั้งในรูปแบบการรับบริจาค การมอบทุนการศึกษา และเป็นสื่อกลางในการประสานงานติดต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

การดูแลและรักษาสิ่งแวดล้อม

บริษัทเล็งเห็นความสำคัญของการอนุรักษ์พลังงานเป็นอย่างยิ่ง เริ่มตั้งแต่การออกแบบอาคารให้ได้รับแสงจากธรรมชาติมากที่สุด และติดตั้งระบบควบคุมการทำงานของเครื่องปรับอากาศให้ทำงานเฉพาะพื้นที่ที่ต้องการ อีกทั้งยังมีการติดตั้งเครื่องกำเนิดไฟฟ้าจากธรรมชาติไว้ถึง 2 ระบบ คือ

  1. การติดตั้งโซลาร์เซลล์ผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ จำนวน 1,440 วัตต์ และนำไฟฟ้าที่ผลิตได้ มาใช้เป็นไฟแสงสว่างในพื้นที่อาคารจอดรถ
  2. การติดตั้งกังหันลมผลิตไฟฟ้า โดยให้กังหันรับลมร้อนจากปล่องระบายความร้อนของระบบปรับอากาศ เพื่อใช้ผลิตไฟฟ้า โดยบริษัทได้การศึกษาและพัฒนาการผลิตไฟฟ้าด้วยวิธีดังกล่าวอย่างสม่ำเสมอ เพื่อช่วยให้ประหยัดพลังงานได้มากที่สุด

เนื่องจากภาวะปัจจุบันประเทศไทยกำลังประสบปัญหาด้านพลังงาน ซึ่งเป็นปัญหาที่มีความสำคัญและมีผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของพนักงานและเศรษฐกิจโดยตรง บริษัทจึงได้ดำเนินการนำระบบการจัดการพลังงานมาประยุกต์ใช้ภายในบริษัทมาโดยตลอด จึงได้กำหนดนโยบายอนุรักษ์พลังงานเพื่อใช้เป็นแนวทางการดำเนินงานด้านการจัดการพลังงานเพื่อส่งเสริมการใช้พลังงานให้เกิดประโยชน์อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

  1. ดำเนินการและพัฒนาระบบการจัดการพลังงานอย่างเหมาะสม โดยกำหนดให้การอนุรักษ์พลังงานเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินงานของบริษัท สอดคล้องกับกฎหมายและข้อกำหนดอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
  2. ดำเนินการปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรพลังงานขององค์กร อย่างต่อเนื่องและเหมาะสมกับธุรกิจเทคโนโลยีที่ใช้ และแนวทางการปฏิบัติงานที่ดี
  3. กำหนดแผนและเป้าหมายอนุรักษ์พลังงานในแต่ละปี และสื่อสารให้พนักงานทุกคนเข้าใจและปฏิบัติได้อย่างถูกต้อง
  4. บริษัทถือว่าการอนุรักษ์พลังงานเป็นหน้าที่ความรับผิดชอบของผู้บริหารและพนักงานทุกระดับของบริษัท ที่จะให้ความร่วมมือในการปฏิบัติตามมาตรการที่กำหนด ติดตาม ตรวจสอบ และรายงานต่อคณะทำงานด้านการจัดการพลังงาน
  5. ให้การสนับสนุนที่จำเป็น รวมถึงทรัพยากรด้านบุคลากร ด้านงบประมาณเวลาในการทำงาน การฝึกอบรมและการมีส่วนร่วมในการนำเสนอข้อคิดเห็นเพื่อพัฒนางานด้านพลังงาน
  6. ผู้บริหารและคณะทำงานด้านการจัดการพลังงาน จะทบทวนและปรับปรุงนโยบายเป้าหมายและการดำเนินงานด้านพลังงานทุกปี

โดยได้มีการจัดตั้งคณะทำงานด้านการจัดการพลังงาน โดยมีหน้าที่ความรับผิดชอบ ดังนี้

  1. ดำเนินการจัดการพลังงานให้สอดคล้องกับนโยบายอนุรักษ์พลังงานของโรงงานควบคุม หรืออาคารควบคุมี่กำหนดขึ้น
  2. ประสานงานกับหน่วยงานทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อขอความร่วมมือในการปฏิบัติตามนโยบายอนุรักษ์พลังงานและวิธีการจัดการพลังงาน รวมทั้งจัดการอบรมหรือกิจกรรมด้านการอนุรักษ์พลังงานให้เหมาะสมกับพนักงานในแต่ละหน่วยงาน
  3. ควบคุมดูแลให้วิธีการจัดการพลังงานของ โรงงานควบคุมหรืออาคารควบคุม ดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพ เช่น
    - รวบรวมข้อมูลการใช้พลังงานที่ผ่านมาจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
    - ตรวจสอบสถานภาพการใช้พลังงานในปัจจุบันของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
    - ตรวจสอบผลการดำเนินงานและการจัดการพลังงานของหน่วยงานต่าง ๆ จากรายงานผลการดำเนินงานที่หน่วยงานแต่ละหน่วยได้จัดขึ้น
  4. รายงานผลการดำเนินงานให้กับเจ้าของโรงงานควบคุมหรือเจ้าของอาคารควบคุมรับทราบ
  5. ทบทวนนโยบายอนุรักษ์พลังงานและการจัดการพลังงานอย่างสม่ำเสมอ พร้อมทั้งรวบรวมข้อเสนอแนะเกี่ยวกับนโยบายและวิธีการจัดการพลังงานให้เจ้าของโรงงานควบคุมหรืออาคารควบคุมหรือผู้บริหารระดับสูงรับทราบ
  6. ดำเนินการด้านอื่นตามที่ได้รับมอบหมาย

เพื่อให้การดำเนินงานด้านการจัดการพลังงานของบริษัทเป็นไปอย่างต่อเนื่อง มีประสิทธิภาพและมีประสิทธิผล บริษัทจัดให้มีคณะผู้ตรวจประเมินการจัดการพลังงานภายในองค์กร ควบคุมดูแลแล้ว

บริษัทให้ความสำคัญและตระหนักถึงการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมโดยการรณรงค์และสร้างจิตสำนึกให้แก่พนักงานในองค์กรได้รับทราบถึงการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด เช่น การนำกระดาษที่ใช้แล้ว มาใช้ซ้ำหรือที่เรียกว่า กระดาษ Reuse และการนำแผ่น CD ที่ใช้แล้ว กลับมาใช้เป็นอุปกรณ์ประกอบฉาก ในการผลิตรายการโทรทัศน์ การควบคุมการพิมพ์โดยใช้การใส่รหัสในการพิมพ์ทุกครั้ง การจัดพื้นที่การสูบบุหรี่โดยเฉพาะ จัดให้มีป้ายรณรงค์การใช้ทรัพยากรอย่างจำกัด ทั้งในห้องทำงาน ห้องน้ำ และลิฟต์ อีกทั้งยังจัดให้มีการตรวจสอบความเรียบร้อยของทรัพย์สินที่อยู่ในความรับผิดชอบของตนเอง ไม่ให้เกิดการชำรุด สูญหาย เป็นประจำทุกปี เพื่อเป็นการรักษาและใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด ทั้งนี้ยังลดการทำลายทรัพยากรธรรมชาติ และรณรงค์ให้พนักงานปิดไฟ ปิดแอร์ในเวลาพักกลางวัน และหลังเลิกงาน เพื่อเป็นการประหยัดพลังงาน อีกด้วย

นอกเหนือจากการดูแลและรักษาสิ่งแวดล้อม ที่บริษัทกำหนดไว้เป็นนโยบายภายในองค์กรและดำเนินมาตลอดแล้ว ในปี 2563 บริษัทยังคงรณรงค์และให้ความสำคัญในการคัดแยกขยะ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของสภาวะแวดล้อม โดยจัดให้มีการแยกขยะอย่างถูกวิธี และยังนำขยะที่ผ่านการคัดแยกแล้ว รวบรวมไปใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย

ทั้งนี้ คณะกรรมการได้ส่งเสริมให้มีการจัดการและให้ความรู้เรื่องสิ่งแวดล้อมแก่พนักงานของบริษัท โดยเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยของบริษัทและบุคคลภายนอกอยู่เป็นประจำ และได้กำหนดแนวทางปฏิบัติไว้ ดังนี้

  1. ส่งเสริมการฝึกอบรม และสร้างจิตสำนึกในการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมให้แก่พนักงาน
  2. คำนึงถึงความปลอดภัยในการปฏิบัติงานเป็นสำคัญ
  3. สนับสนุนเทคโนโลยีการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อมอยู่เสมอ
  4. ลดผลกระทบจากการดำเนินงานที่เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม
  5. ป้องกันและแก้ไขสาเหตุของการเกิดมลภาวะที่เป็นปัจจัยเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม โดยเป็นไปตามกฎหมายกำหนด

นอกจากนี้ คณะกรรมการยังให้ความสำคัญด้านความปลอดภัยและสุขอนามัยในการปฏิบัติงาน เป็นปัจจัยหลักในการดำเนินธุรกิจและมุ่งมั่นที่จะเป็นองค์กรที่ปราศจากอุบัติเหตุ โดยมีเป้าหมายสถิติอุบัติเหตุที่เป็นศูนย์ (Target Zero) โดยมีการจัดตั้งคณะกรรมการความปลอดภัยอาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อม ในการทำงาน หรือ คปอ. จัดกิจกรรมต่าง ๆ อาทิ

  • ฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่
  • กำจัดและป้องกันแมลงที่เป็นพาหะนำเชื้อโรค
  • ตรวจเช็ค และบำรุงรักษาระบบไฟฟ้าในสตูดิโอ
  • ตรวจเช็ค และบำรุงรักษาพื้นที่ภายในและภายนอกอาคารจอดรถยนต์ อาคารเก็บฉาก
  • ตรวจวัดคุณภาพสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ทำงาน
  • จัดให้เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยวิชาชีพ เข้าอบรมอย่างสม่ำเสมอ

ให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน  มีการทบทวนนโยบายด้านความปลอดภัยอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งนอกจากการส่งเสริมความรู้และรณรงค์ด้านความปลอดภัยในที่ทำงานแล้ว ยังได้ดำเนินการคู่ขนานไปกับโครงการ 5 ส. เพื่อสร้างจิตสำนึก ของพนักงานในการจัดสถานที่ทำงานให้มีความปลอดภัยสูงสุด รวมถึงความปลอดภัยในกระบวนการผลิต (Process Safety) และความปลอดภัยส่วนบุคคล (Personal Safety) ที่ครอบคลุมทั้งบุคลากรและผู้รับเหมาทั้งหมด  อีกทั้งผู้เข้ามาใช้บริการมีความมั่นใจในสุขอนามัย ความปลอดภัย ในชีวิตและทรัพย์สิน  ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลบุคลากร  ลดการเกิดอุบัติเหตุภายในองค์กร อันเป็นความห่วงใยขององค์กรที่มีต่อบุคลากรตลอดจนผู้ที่เข้ามาติดต่อประสานงานหรือรับบริการ

โดยได้กำหนดเป็นแนวปฏิบัติและประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน ทั้งช่องทางสื่อประชาสัมพันธ์ในบริษัท และทางออนไลน์กลุ่มในองค์กร เพื่อให้ผู้บริหารและพนักงานได้รับความปลอดภัยทั้งต่อชีวิตและมีสุขภาพอนามัยที่ดี ควบคู่สภาพแวดล้อมที่ดี

การบริหารการจัดการภาวะฉุกเฉินภายใต้ข้อกำหนดของระบบการบริหารจัดการด้านความปลอดภัย มั่นคง อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม ซึ่งกำหนดโครงสร้างของระบบเพื่อเตรียมความพร้อมรองรับสถานการณ์ฉุกเฉินและสภาวะวิกฤตโดยให้ความสำคัญและคำนึงถึงการปกป้องชีวิต สิ่งแวดล้อม ทรัพย์สินและชื่อเสียงขององค์กร

ด้านความปลอดภัย :  มีระบบสัญญาณเตือนไฟไหม้  การฝึกซ้อมดับเพลิงและอพยพหนีไฟประจำทุกปี พร้อมกับมีการจัดอบรมเรื่องความปลอดภัยในการทำงานบนที่สูง เพื่อป้องกันและลดอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นกับบุคลากรในองค์กร โดยนำเสนอพร้อมกับสาธิตวิธีการใช้อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล (PPE) เป็นต้น

ด้านความมั่นคง  : มีการจัดทำแผนอพยพการขู่วางระเบิด  การก่อการร้าย  รวมถึงไฟดับฉุกเฉิน

ด้านสุขภาพ : มีการจัดอบรมปฐมพยาบาลเบื้องต้นและการช่วยฟื้นคืนชีพขั้นพื้นฐาน (CPR/AED) พร้อมติดตั้งเครื่องกระตุ้นหัวใจ  AED  ไว้ตามจุดต่าง ๆ กรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน

โดยในปี 2563 จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า (COVID-19) ทางบริษัทจึงได้วางมาตรการต่าง ๆ รวมถึงวิธีการปฏิบัติตัวในช่วงสถานการณ์ดังกล่าว ได้แก่ การตรวจคัดกรองวัดอุณหภูมิร่างกายก่อนเข้ามาบริเวณบริษัท, การ Check-in และ Check out ด้วยการสแกน QR Code ไทยชนะ, บริการล้างมือและเจลแอลกอฮอล์ตามจุดต่าง ๆ ทั้งในบริเวณสำนักงานและสตูดิโอ, มีการจัดพื้นที่แบบเว้นระยะห่าง (Social Distancing) รวมถึงการฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อตามแผนกต่าง ๆ  เพื่อสร้างความมั่นใจและเพื่อความปลอดภัยให้กับบุคลากรและบุคคลภายนอก

การมีนวัตกรรมและเผยแพร่นวัตกรรมจากการดำเนินงานที่มีความรับผิดชอบต่อสังคม

บริษัทได้ดำเนินงานด้านการผลิตรายการโทรทัศน์ โดยเน้นการนำเสนอนวัตกรรมใหม่ๆอยู่เสมอ โดยรายการของบริษัทจะเน้นเป็นสื่อกลางในการนำเสนอนวัตกรรมด้านการถ่ายทำ และนำเสนอรูปแบบการแสดงออกทางความสามารถและความคิด โดยที่ผ่านมา บริษัทเปิดโอกาสให้นักเรียน นักศึกษา และผู้ที่สนใจ เข้าเยี่ยมชมการถ่ายทำรายการของบริษัท เพื่อเผยแพร่นวัตกรรม โดยหวังว่าจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่สนใจนำไปพัฒนา เพิ่มพูนความรู้ต่อไป และบริษัทยังเปิดโอกาสให้จิตอาสาเข้าร่วมกิจกรรมของบริษัทในการช่วยเหลือชุมชนและสังคมอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ บริษัทยังส่งตัวแทนออกไปเป็นวิทยากรแก่สถาบันการศึกษาเพื่อเผยแพร่ความรู้ความสามารถ พร้อมทั้งส่งตัวแทนเข้าอบรม เพื่อพัฒนาความรู้ ความสามารถ เพื่อนำกลับมาพัฒนากิจกรรมต่าง ๆ ควบคู่การพัฒนาสังคมให้เติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป