FULL SCHEDULE

NEWS & MEDIA

เวิร์คพอยท์ปรับเกมรุก เขย่าผังสู้ทุก 2 เดือน

จะเรียม สำรวจ

จาการแข่งขันที่รุนแรงของธุรกิจทีวีดิจิทัลประกอบกับพฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนแปลง เนื่องจากมีทางเลือกในการดูรายการทีวีมากขึ้น ส่งผลให้ช่องเวิร์คพอยท์ต้องออกมาปรับแผนรุก ด้วยการปรับผังรายการใหม่ทุก 2 เดือน จากเดิมปรับเฉลี่ยทุกไตรมาส เพื่อสร้างความสดใหม่ให้กับช่องและดึงผู้ชมให้หันมาสนใจรายการต่างๆ ของช่องเวิร์คพอยท์มากขึ้น

ปัจจุบันช่องเวิร์คพอยท์ยัง คงรั้งตำแหน่งอันดับ 3 ของช่องทีวีดิจิทัลรวม หรืออยู่ที่ 1.2 ซึ่งถือว่าทิ้งห่างอันดับ 4 และอันดับ 5 พอสมควร เนื่องจากช่องอันดับ 4 คือ ช่องโมโน มีเรตติ้งเฉลี่ยในเดือน ก.พ.ที่ผ่านมาเฉลี่ย ทั้งประเทศที่ 0.6 ขณะที่อันดับ 5 เป็นของช่อง 8 มีเรตติ้งเฉลี่ยอยู่ที่ 0.9 ส่วนอันดับ 1 ยังคงเป็นของช่อง 7 มีเรตติ้งเฉลี่ยที่ 3.0 และอันดับ 2 เป็นของช่อง 3 มีเรตติ้งเฉลี่ยอยู่ที่ 2.7

แม้ว่าจะมีเรตติ้งห่างจากอันดับ 4 พอสมควรแต่ช่องเวิร์คพอยท์ก็ไม่ประมาท โดยได้เตรียมรายการวาไรตี้ใหม่ๆ มาออกอากาศตลอดทั้งปีไม่ต่ำกว่า 10 รายการ เพื่อย้ำจุดแข็งของช่องในด้านของการเป็นผู้นำในรายการวาไรตี้ และเพื่อให้ช่องเวิร์คพอยท์มี ความแข็งแกร่งมากขึ้น ล่าสุดได้ออกมาประกาศให้ความสำคัญกับคอนเทนต์ละครและข่าว โดยคอนเทนต์ละครปีนี้มีแผนที่จะผลิตมากถึง 10 เรื่อง แต่คาดว่าจะถ่ายทำเสร็จพร้อมนำมาออกอากาศได้ในปีนี้ประมาณ 5 เรื่อง ขณะที่รายการข่าวได้เพิ่มเวลาออกอากาศจาก 5 ชั่วโมง เป็น 6 ชั่วโมง

ชลากรณ์ ปัญญาโฉม ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานดิจิทัลทีวี บริษัท เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ กล่าวว่า เหตุผลที่ทำให้บริษัทต้องปรับผังรายการบ่อยขึ้น เพราะผู้บริโภคมีทางเลือกในการชมรายการทีวีในช่องต่างๆ มากขึ้น เนื่องจากปัจจุบันช่องฟรีทีวีมีมากขึ้น จึงทำให้บริษัทต้องวางแผนปรับผังรายการทุก 2 เดือน โดยในส่วนของรายการที่จะเอาออก ถ้าเป็นช่วงไพรม์ไทม์ หากรายการไหนมีเรตติ้งไม่ถึง 1 บริษัทจะนำรายการใหม่มาออกอากาศแทนทันที แต่ถ้าเป็นช่วงนันไพรม์ไทม์ถ้ามีเรตติ้งไม่ถึง 0.5 ก็จะนำรายการใหม่มาออกอากาศแทนทันทีเช่นกัน

สำหรับคอนเทนต์ใหม่ที่จะนำมาออกอากาศในช่วงไตรมาส 2 นี้ ช่องเวิร์คพอยท์จะ นำละครฟอร์มยักษ์เรื่องพันท้ายนรสิงห์มาออกอากาศ เริ่มวันจันทร์ที่ 4 เม.ย.นี้ นอกจากนี้ยังได้รับลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดการแข่งขันวอลเลย์บอลหญิงรอบคัดเลือกเข้าสู่โอลิมปิก 2016 ซึ่งจะออกอากาศระหว่างวันที่ 14 พ.ค.-5 มิ.ย.นี้

ในส่วนของรายการใหม่ที่ช่องเวิร์คพอยท์ทยอย นามาออกอากาศตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาและมีเรตติ้งสูง ประกอบด้วย รายการไอ แคน ซี ยัวร์ วอยซ์, รายการเลท มี อิน ไทยแลนด์ ส่วนรายการเก่าที่มีเรตติ้งเป็นอันดับ 1 ยังคงเป็นรายการไมค์ทองคำ นอกจากนี้ยังมีรายการเก่าเรตติ้งสูงที่อยู่ระหว่างการรับสมัครผู้เข้าร่วม รายการในซีซั่นที่ 2 คือ ฮันนี่ ฮีโร่ และเวทีทอง เวทีเธอเป็นต้น

ชลากรณ์ กล่าวอีกว่า ช่วงวันพฤหัสฯ ศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์ ถือเป็นช่วงเวลาที่ช่องเวิร์คพอยท์มีเรตติ้งเฉลี่ยทั้งวันค่อนข้างสูง ส่วนวันจันทร์ อังคาร และพุธ มีเรตติ้งเฉลี่ยทั้งวันไม่ค่อยดีเท่าไหร่ บริษัทจึงต้องหารายการใหม่ๆ ที่ตรงกับความต้องการของกลุ่มผู้ชมเป้าหมายมาออกอากาศเพื่อเรียกเรตติ้ง ซึ่งละครถือเป็นหนึ่งคอนเทนต์ที่บริษัทจะใช้เป็นแม่เหล็กในการเรียกเรตติ้ง ช่วงวันดังกล่าวเนื่องจากละครจะออกอากาศทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.50 น.

ขณะเดียวกันละครยังถือเป็นคอนเทนต์ที่ช่วยขยายฐานลูกค้าได้ดีอีกคอนเทนต์หนึ่ง เนื่องจากคนไทยส่วนใหญ่ชอบดูละคร ส่วนรายการข่าว ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งคอนเทนต์ที่ช่องเวิร์คพอยท์จะให้ความสำคัญด้วยการเพิ่มคุณภาพของข่าวให้มากขึ้น

ชลากรณ์ กล่าวปิดท้ายว่า กรณีที่ช่อง 3 มีปัญหาในเรื่องของรายการข่าวเนื่องจากผู้ชมส่วนใหญ่ติดการอ่านข่าวของ สรยุทธ สุทัศนะจินดา นั้นทำให้เรตติ้งรายการข่าวของช่อง 3 ร่วงลงไปพอสมควร ขณะที่ ช่องอื่นๆ ที่นำเสนอพร้อมกันก็ไม่ได้มีเรตติ้งเพิ่ม แสดงให้เห็นว่าคนดูติดตัวแบรนด์ของผู้ประกาศข่าว

ทั้งนี้หลังจากช่องเวิร์คพอยท์ออกมาปรับผังรายการใหม่อย่างต่อเนื่องสิ้นปี 2559 นี้คาดว่าจะมีรายได้อยู่ที่ 2,500 ล้านบาทเพิ่มขึ้นจากปี 2558 ที่ 50% เนื่องจากมีการปรับราคาโฆษณาขึ้นมาเล็กน้อย โดยปัจจุบันช่องเวิร์คพอยท์มีราคาโฆษณาเริ่มต้นที่ 2.5-3 หมื่นบาท/นาที ส่วนราคาสูงสุดที่ขายในช่วงไพรม์ไทม์เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 2-2.5 แสนบาท/นาที